Lost Chapter คือเกม RPG สไตล์ roguelite deckbuilder (จัดเด็คการ์ดตะลุยด่าน) ที่ถูกปั้นขึ้นมาโดยค่าย Almichadia และจัดจำหน่ายโดย Dieselmine ปล่อยลงตลาดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2023 บนหน้าร้านค้า Steam เกมนี้ตั้งโพซิชันตัวเองไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นเกมการ์ดที่เน้นการเล่นซ้ำๆ เป็นลูป (run-based) โดยผู้เล่นจะต้องกระเสือกกระสนปีนป่ายขึ้นไปบนชั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการค่อยๆ ปั้นเด็ค (deck) ของตัวเองให้เทพขึ้น ผ่านการจั่วการ์ดใบใหม่, อัปสเตตัสให้ทะลุหลอด, และการตายนับครั้งไม่ถ้วน
เซ็ตติ้งของเกมถูกผูกปมเริ่มจาก สาวน้อยผมขาวที่จู่ๆ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้วงลึกสุดหยั่ง (abyss) โดยมีความทรงจำว่างเปล่า และมีเพียงแสงไฟริบหรี่ดวงเล็กๆ ในมือเป็นที่พึ่ง พล็อตเรื่องแนวนี้มันได้สาดสีสันความดาร์กและความลี้ลับชวนขนลุก ให้กับการผจญภัยครั้งนี้ มากกว่าพวกเกมการ์ด roguelite แฟนตาซีดาษๆ ทั่วไปแบบเทียบไม่ติด พล็อตตั้งต้นนี้แหละที่ชูให้เกมโดดเด่นเด้งดึ๋งออกมา เพราะมันจับเอาโครงสร้างการเล่นแบบมุดดันจัดเด็ค มาคลุกเคล้ากับบรรยากาศที่เน้นขับเคลื่อนด้วยตัวละคร และมีปมเนื้อเรื่อง (narrative hook) ที่ดึงดูดใจจนต้องอยากรู้ตอนต่อไปตั้งแต่เริ่มเกม
จุดที่ทำให้ Lost Chapter เป็นของแรร์ที่ต้องถูกอวยยศเป็นพิเศษก็คือ วิธีการที่มันจับเอา การปั้นตัวละครสไตล์การ์ดเกม roguelite มาเย็บรวมกับโครงสร้างการปีนหอคอยสุดโหดที่โคตรจะหิน (high-difficulty) ได้อย่างเนียนกริบ คำโปรยออฟฟิเชียลและไกด์สรุปจากคอมมูนิตี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือเกมที่โฟกัสกับการดำดิ่งลึกลงไปในความมืด, การนั่งงมปั้นบิลด์ (build) ให้เพอร์เฟกต์, และการปรับตัวให้รอดพ้นจากไฟต์ (encounters) ที่นรกแตกและเอาถึงตายในทุกๆ ชั้นที่ก้าวผ่าน
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง บรรยากาศแฟนตาซีสุดหดหู่, การจัดเด็คสไตล์ roguelite, และความท้าทายที่เน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด Lost Chapter จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ขั้นสุด สำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่เสพติดเกมการ์ดกลยุทธ์ที่มีความเข้มข้น ลุ้นระทึก และมีความตึงเครียด (punishing) แบบขีดสุด
คุณสามารถกดเปย์เกมแท้ได้ที่นี่เลย:
https://store.steampowered.com/app/2356470/Lost_Chapter/
และสำหรับ DLC บทส่งท้ายเนื้อเรื่องสุดฟิน ~ With you ~ กดสอยได้ที่นี่:
https://store.steampowered.com/app/2646640/Lost_Chapter_With_You/
ถ้าคุณกำลังว้อนท์เกมจัดเด็คสไตล์ roguelite ที่มู้ดโทนสว่างไสวและสีสันจัดจ้านกว่านี้หน่อย Take Me To The Dungeon ถือเป็นตัวตายตัวแทนชั้นยอด—มันเสิร์ฟความก้าวหน้า (progression) แบบอิงการ์ดเกมที่คล้ายๆ กัน แต่มาในมู้ดแฟนตาซีที่เบาสมองกว่า และมีการนำเสนอที่ทะเล้น ขี้เล่นสุดๆ ในทางกลับกัน ถ้าคุณยังยืนกรานที่จะเสพอะไรที่มันดาร์กขึ้น มีบรรยากาศความกดดันที่บีบหัวใจ และมาพร้อมกราฟิก 3D สุดแจ่มล่ะก็ Last Evil คืออีกหนึ่งสุดยอดทางเลือก ที่พร้อมจะส่งมอบประสบการณ์จัดเด็คที่ลุ่มลึกและอินได้มากกว่าเดิมหลายขุม
เนื้อเรื่องของ Lost Chapter
Lost Chapter เปิดฉากอย่างเงียบงันด้วยภาพของ สาวน้อยเรือนผมสีขาวที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้วงลึก (abyss) โดยสูญเสียความทรงจำไปจนหมดสิ้น ในมือเธอกำเพียงแสงสว่างดวงจิ๋วที่คอยท้าทายความมืดมิดรอบกาย พล็อตเรื่องเริ่มแรกนี้มันฝังตะขอ (hook) ลงไปในใจผู้เล่นได้ลึกซึ้งกว่าเกมแนวจัดเด็คทั่วๆ ไปซะอีก เพราะทุกๆ รอบที่คุณกดเริ่มเกม (run) มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าคุณกำลังเล่นแค่เพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ แต่คุณกำลังเล่นเพื่อไขปริศนา (mystery) ดำมืดว่า ตกลงแล้วเธอเป็นใครกันแน่ และมีไอ้บ้าที่ไหนจับเธอมาขังไว้ในนรกขุมนี้
เมื่อการเดินทางแห่งความตายดำเนินต่อไป เกมจะไม่มานั่งเล่าเรื่องเป็นฉากๆ ยาวเฟื้อยแบบแคมเปญดั้งเดิม แต่มันจะค่อยๆ หยอดเศษเสี้ยวความจริงออกมาให้เราปะติดปะต่อผ่าน อีเวนต์ต่างๆ, ฉากจบที่หลากหลาย, และความก้าวหน้าของเกมที่เปลี่ยนไปตามเส้นทาง (route) ที่เลือก ไกด์สรุปเนื้อเรื่องจากบรรดาเกมเมอร์เดนตายชี้ให้เห็นว่า เกมนี้มันยัด ฉากจบแบบหลากลายทางเลือก (multiple endings) และผลลัพธ์ของอีเวนต์ที่พลิกผันได้ตลอดเวลา ซึ่งนั่นหมายความว่า บทละครเรื่องนี้ถูกเซ็ตอัปมาให้ผู้เล่นต้องค่อยๆ ปอกเปลือกความลับออกมาทีละชั้น ผ่านการเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่แค่การเล่นรวดเดียวจบแบบเส้นตรง

โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบนี้ มันโคตรจะเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศสุดกดดันของเกม ตัวห้วงลึก (abyss) เองก็กลายสภาพเป็นตัวละครหลักอีกตัวหนึ่งของเรื่อง โดยที่การปีนป่ายขึ้นไปในแต่ละชั้น จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการดิ้นรนเพื่อทวงคืนความจริงที่หล่นหาย และเป็นอีกก้าวที่ขยับเข้าใกล้การไขปริศนาความซวยของนางเอก แทนที่จะบ้าจี้ไปโฟกัสกับการปั้นตัวละครเยอะแยะยั้วเยี้ย หรือพยายามยัดเยียดแผนที่โลกสเกลยักษ์ Lost Chapter กลับดึงโฟกัสของเนื้อเรื่องให้กลับมาแคบลง โดยพุ่งเป้าไปที่ อาการความจำเสื่อม, การดิ่งลงสู่เบื้องล่าง, และการสำรวจค้นพบในดินแดนดาร์กแฟนตาซีที่พร้อมจะขย้ำคุณทุกเมื่อ
สรุปรวบยอดเลยก็คือ เนื้อเรื่องของ Lost Chapter ถูกตอกเสาเข็มขึ้นมารอบๆ นางเอกผู้สูญเสียความทรงจำ, ห้วงลึกปริศนาสุดสยอง, และการกระโดดลงไปตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งจะค่อยๆ คายความลับผ่านอีเวนต์และฉากจบต่างๆ มอบสไตล์การเล่าเรื่องที่มีความลึกซึ้งและชวนให้อินไปกับบรรยากาศ (atmospheric) ได้มากกว่าพวกเกมการ์ดสาย roguelite ดาษๆ เกมอื่นในตลาดเยอะ
ระบบเกมเพลย์และกลไก (Mechanics) ของ Lost Chapter
ระบบเกมเพลย์ของ Lost Chapter นั้นยืนตระหง่านอยู่บน โครงสร้างเกมจัดเด็คสไตล์ roguelite (roguelite deckbuilder) อย่างแท้จริง ที่ซึ่งผู้เล่นจะต้องกระเบียดกระเสียรปีนขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้น พร้อมกับงัดกึ๋นมาจัดเด็คการ์ดแบบคัสตอม (custom) ของตัวเอง ผ่านการจั่วการ์ด, การปั๊มสเตตัส (stat growth), และการตายเกิดใหม่วนลูปไปเรื่อยๆ คำอธิบายออฟฟิเชียลบน Steam ก็ได้ตีแผ่แก่นแท้ของลูปเกมเพลย์ (core loop) นี้ไว้อย่างชัดเจน: เป้าหมายสูงสุดของคุณคือ การดันทุรังปีนให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่ต้องคอยปรับแต่งบิลด์ (build) ของคุณ ให้แกร่งพอที่จะรอดพ้นจากตีนศัตรูที่โหดสลัดขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละไฟต์
ส่วนที่เรียกได้ว่าเป็น “ทีเด็ด” ของระบบนี้เลยก็คือ ความหลากหลายในการจัดบิลด์ (build variation) ไกด์สรุปทริคจากด้อมเกมเมอร์โชว์ให้เห็นว่า ตัวเกมมีการยัด คลาส (อาชีพ) เริ่มต้นที่หลากหลาย มาให้เลือกเล่นด้วย ซึ่งหมายความว่า ในแต่ละรอบ (run) ที่เริ่มเกมใหม่ ผู้เล่นสามารถเลือกสตาร์ทด้วยจุดแข็งและสไตล์การเล่นที่ฉีกไปจากเดิมได้อย่างสิ้นเชิง แทนที่จะต้องมานั่งทนเบื่อกับการเซ็ตอัปการ์ดแบบเดิมๆ ซ้ำซาก ลูกเล่นนี้ช่วยบูสต์ค่าความอยากกลับมาเล่นซ้ำ (replay value) ของการจัดเด็คให้พุ่งปรี๊ด เพราะกลยุทธ์ในการเอาชนะมันจะถูกสับไพ่ใหม่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับคลาสที่คุณจิ้มเลือก และช้อยส์ที่คุณตัดสินใจเลือกระหว่างที่กำลังปีนป่าย

นอกจากนี้ ตัวเกมยังดูเหมือนจะแอบซ่อน ระบบโบนัสและปลดล็อกสกิลติดตัว ที่ความเก่งของมันจะสะสมข้ามรอบ (run) ไปได้ด้วย บรรดาไกด์จากคอมมูนิตี้บน Steam มักจะมานั่งถกเถียงกันเรื่องโบนัสพวกนี้ และกลไกที่เกี่ยวโยงกับการอัปเกรดตัวละคร ซึ่งมันเป็นเครื่องการันตีว่า Lost Chapter ไม่ใช่เกมแนว roguelite แบบตายแล้วสูญเปล่า (one-off runs) แต่มันมีแรงดึงดูดมากพอที่จะหลอกล่อให้ผู้เล่นอยากกลับมาแก้ตัวใหม่เรื่อยๆ, ขัดเกลาบิลด์ (builds) ให้โหดขึ้น, และค่อยๆ ปลดล็อกความได้เปรียบ (advantages) สะสมไปตามกาลเวลา
พวกบอสสุดโหด, อีเวนต์สุ่มต่างๆ, และการเลือกเส้นทาง (route) ล้วนมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมประสบการณ์การเล่น ไกด์สาธารณะสำหรับปั๊มปลดล็อกความสำเร็จ (achievements) และฉากจบต่างๆ บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า เกมนี้มันอัดแน่นไปด้วย การไฝว้กับบอส, การบริหารความเสี่ยงเวลาเจออีเวนต์, และฉากจบที่แตกแขนงไปตามการกระทำ (branching outcomes) ดังนั้น เกมเพลย์มันเลยไม่ได้ตื้นเขินแค่การปาการ์ดชนะศัตรูเท่านั้น แต่มันยังต้องใช้สมองในการคลำทาง (navigating) ตลอดการปีนหอคอยให้มีประสิทธิภาพที่สุด และการตัดสินใจเลือกช้อยส์ให้เฉียบขาดตลอดเส้นทางด้วย

สรุปแบบม้วนเดียวจบ Lost Chapter ได้ส่งมอบลูปเกมเพลย์ (gameplay loop) ที่ถูกก่ออิฐฉาบปูนขึ้นมาจาก การปั้นเด็ค (deckbuilding), การปีนหอคอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า, ความหลากหลายในการเล่นตามแต่ละคลาส, และการเติบโตของตัวละครที่ผูกมัดกับอีเวนต์ (event-driven progression) ทำให้มันกลายเป็นเกมขวัญใจสายฮาร์ดคอร์ ที่เสพติดความรุนแรงของเกมการ์ดสไตล์ roguelite ที่พร้อมจะลงทัณฑ์คนเล่น ภายใต้บรรยากาศที่มืดมิดและกดดันสุดๆ
รีวิวและเสียงตอบรับจากคอมมูนิตี้ Lost Chapter
ดูเหมือนว่า Lost Chapter จะได้รับเสียงอวยยศอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้เล่นที่ เสพติดเกมจัดเด็ค roguelite ที่มีลูปการพัฒนาตัวละครแบบโคตรจะทรมานบันเทิง (punishing) ข้อมูลสรุป (metadata) จาก Steam และหน้าร้านค้าเจ้าอื่นๆ ต่างก็ตีตราบอกสรรพคุณของเกมนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า มันเป็นเกมที่เน้น การจัดเด็ค (deckbuilding), การฟาร์มสเตตัสแบบ roguelike, การมุดดันเจี้ยนตะลุยด่าน (dungeon crawling), และมีความน่าเล่นซ้ำแบบไร้ขีดจำกัด (replay value) ซึ่งคีย์เวิร์ดพวกนี้มันก็สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มทาร์เก็ต (เป้าหมาย) ที่เกมนี้ตั้งใจจะตกมาเป็นลูกค้าได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
หนึ่งในหมัดเด็ดที่ทรงพลังที่สุดของเกมนี้ก็คือ ความชัดเจนในจุดยืนของการเป็นเกมจัดเด็ค (focused deckbuilding identity) คำอธิบายเกมตามหน้าร้านค้าเน้นย้ำเลยว่า การปีนหอคอยในแต่ละรอบ (run) ถูกเซ็ตมาเพื่อให้คุณได้คลอดเด็คการ์ดฉบับโฮมเมด, ปั่นสเตตัสให้พุ่งปรี๊ด, และคอยพลิกแพลงกลยุทธ์ (adapting) ไปทีละชั้น ซึ่งนี่มันสื่อให้เห็นถึงลูปเกมเพลย์ที่เน้นให้ผู้เล่นได้ลองผิดลองถูก และพร้อมจะกระโดดไปตายซ้ำตายซาก (repeated runs) มากกว่าจะเป็นแค่การเสพเนื้อเรื่องแล้วจบไปรอบเดียว โครงสร้างเกมแนวๆ นี้ มักจะไปเตะตาและโดนใจพวกเกมเมอร์สายเนิร์ด ที่ชอบนั่งจดจ่อกับการรีดประสิทธิภาพ (optimizing) ของบิลด์ให้ทะลุปรอท และเอนจอยกับการได้เรียนรู้จุดอ่อนจากความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ข้อมูลต่างๆ ที่คอมมูนิตี้เอามาแชร์กัน ยังเป็นเครื่องการันตีด้วยว่า Lost Chapter นั้นมี ความลึกของรูท (route) และระบบกลไกต่างๆ ที่เยอะและคุ้มค่าแก่การขุดคุ้ย ไกด์สอนเล่นในชุมชน Steam มักจะมาตั้งทู้ถกเถียงกันเรื่อง อีเวนต์และฉากจบ (events and endings), การเลือกคลาสเริ่มต้น, และ ระบบพอยต์โบนัสที่ปลดล็อกสะสมข้ามรอบ (runs) ซึ่งพฤติกรรมพวกนี้มันสะท้อนให้เห็นว่า ผู้เล่นไม่ได้แค่เข้ามาโยนการ์ดตีกันขำๆ แล้วกดออก แต่พวกเขากำลังอินและล้วงลึกไปถึงแก่นของระบบเกม สำหรับเกมสาย roguelite แล้ว ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณที่โคตรจะบวก เพราะมันแปลว่าตัวเกมมีความลึกซึ้งทางกลไก (mechanical depth) และมีโครงสร้างการแตกกิ่งก้าน (branching) ที่มากพอ จะหล่อเลี้ยงให้คนอยากกลับมาเล่นซ้ำ และมีแรงบันดาลใจในการเขียนไกด์สอนคนอื่น

อีกหนึ่งจุดแข็งที่มีแนวโน้มว่าจะโดนใจผู้เล่นสุดๆ ก็คือ บรรยากาศแนวแฟนตาซีสายดาร์ก (dark fantasy atmosphere) ของเกม คำอธิบายออฟฟิเชียลที่เกริ่นนำเรื่องราวของเด็กสาวผู้ตื่นขึ้นมาในห้วงลึกโดยไร้ซึ่งความทรงจำนั้น ได้มอบมู้ดโทนที่ดูมีคลาสและแตกต่าง (distinct) กว่าพวกเกมการ์ดแฟนตาซีดาดๆ ทั่วไปแบบเทียบไม่ติด แถมข้อมูลการติดแท็ก (tag profile) บน Steam ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการนำเสนอภาพลักษณ์ที่มืดมน (darker) ของเกมนี้ สำหรับผู้เล่นที่คลั่งไคล้เกมแนว roguelite deckbuilder ที่มีฉากหลังหม่นหมองและชวนอึดอัด บรรยากาศของเกมนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ล่อลวงให้พวกเขายอมควักกระเป๋าจ่ายได้ไม่ยาก
ในเวลาเดียวกัน ทางเลือกในการออกแบบระบบเกมแบบนี้ ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นที่ไม่ได้อินกับเกมแนวนี้แต่แรก รู้สึกว่าเกมมัน โหดหินและซ้ำซากจำเจ (demanding and repetitive) เกินไปได้เหมือนกัน ด้วยความที่จุดขายหลัก (public-facing identity) ของเกมมันเทน้ำหนักไปที่การเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า (repeated runs), ความหลากหลายในการจัดบิลด์, และการฟาร์มสเตตัสแบบปีนหอคอยมากจนเกินไป ผู้เล่นที่กำลังมองหาเกม RPG ที่เล่นง่าย สบายสมอง หรือเกมที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อเรื่องสไตล์ภาพยนตร์ (heavily cinematic story) อาจจะรู้สึกว่าเกมนี้มันเข้าถึงยากและเล่นไม่สนุก ซึ่งนี่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อบกพร่อง (flaw) ของตัวเกมแต่อย่างใด แต่มันเป็นตัวตอกย้ำว่า Lost Chapter คือเกมเฉพาะกลุ่ม (niche title) ที่ถูกสร้างมาเพื่อเอาใจคอเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์โดยเฉพาะต่างหาก
สรุปแบบมัดรวม Lost Chapter แจ้งเกิดในฐานะ เกมจัดเด็คสไตล์ roguelite เฉพาะกลุ่มที่โคตรจะแน่นและเล่นสนุก (solid niche) มันมาพร้อมกับพล็อตดาร์กแฟนตาซีที่ฝังตะขอเกี่ยวคนเล่นได้อยู่หมัด, โครงสร้างเกมแนว run-based ที่เล่นแล้วสะใจ, และความลึกล้ำของระบบเกมที่มากพอจะซัพพอร์ตให้คนอยากกลับมาเล่นซ้ำเรื่อยๆ มันดูเหมือนจะเป็นเกมที่เกิดมาเพื่อประเคนความฟินให้กับเกมเมอร์ที่หลงใหลใน การดวลกึ๋นด้วยกลยุทธ์การ์ด, การปีนหอคอยสุดโหด, และการค่อยๆ บรรลุสัจธรรม (mastering) ในลูปเกมเพลย์สายปั้นบิลด์ที่โคตรจะลงทัณฑ์ผู้เล่น (punishing build-focused loop)
สเปคคอมที่ต้องการสำหรับ Lost Chapter
ก่อนที่จะกดปุ่ม Install ลาก Lost Chapter ลงเครื่อง ขอแนะนำให้แวะไปเช็คลิสต์สเปคฮาร์ดแวร์ออฟฟิเชียลกันสักนิด ข้อมูลสเปคย่อๆ ที่โชว์หราอยู่บนหน้า Steam ระบุไว้ว่า ตัวเกมต้องการระบบปฏิบัติการ Windows 8 / 8.1 / 10, ซีพียูที่มีความแรง 3 GHz หรือมากกว่า, แรม 8 GB RAM, การ์ดจอที่ รองรับ DirectX 10 (compatible), รันบน DirectX 10, และใช้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์กระจิ๋วหลิวแค่ 500 MB เท่านั้น
| ฮาร์ดแวร์ (Component) | สเปคขั้นต่ำ (Minimum Requirements) |
| ระบบปฏิบัติการ (OS) | Windows 8 / 8.1 / 10 |
| ซีพียู (Processor) | 3 GHz หรือแรงกว่า |
| แรม (Memory) | 8 GB RAM |
| การ์ดจอ (Graphics) | การ์ดจอที่รองรับ DirectX 10 |
| DirectX | เวอร์ชัน 10 |
| พื้นที่จัดเก็บข้อมูล | พื้นที่ว่าง 500 MB |
เมื่อลองเอาสเปคที่ตั้งไว้มาวิเคราะห์ดู Lost Chapter ก็จัดอยู่ในหมวดหมู่เกมที่ต้องการ สเปคระดับต่ำไปจนถึงปานกลาง (low-to-moderate requirement) เท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าสเปคแรม (RAM) ที่ขอมามันจะดูพองๆ สูงกว่าพวกเกม RPG อินดี้ 2D เล็กๆ เกมอื่นไปซะหน่อย แต่พอดูจากปริมาณพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่แทบจะไม่ได้กินพื้นที่เลย (very small storage footprint) และเป้าหมายกราฟิกที่ทำมาแบบเรียบง่ายสุดๆ มันก็เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่า พีซี (PC) ยุคใหม่ส่วนใหญ่สามารถหามเกมนี้ได้สบายๆ โดยไม่ต้องกลัวอาการกระตุกหรือค้างให้เสียอารมณ์
ถ้าคอมของคุณตอนนี้มันสามารถรันพวกเกมจัดเด็คสไตล์อินดี้ roguelite เกมอื่นๆ บน PC ได้ลื่นๆ อยู่แล้ว Lost Chapter ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในการรันเกมเลย ขอแค่คุณมี แรม 8 GB (8 GB RAM) ตามเป้า และมีการ์ดจอที่รองรับฟีเจอร์พื้นฐานของ DirectX 10 ได้ ก็เล่นได้สบายหายห่วงแล้วล่ะ
บทสรุป
สรุปแบบรวบตึง Lost Chapter เสิร์ฟ ประสบการณ์การเล่นจัดเด็คแนว roguelite ธีมดาร์กแฟนตาซี ที่มีแกนหลักอยู่ที่การตายเกิดใหม่ปีนหอคอยซ้ำๆ, การใช้สมองสร้างเด็คอย่างมีกลยุทธ์, และการค่อยๆ เปิดแผนที่เพื่อค้นพบความลับใหม่ๆ เสน่ห์ที่ดึงดูดใจที่สุดของเกมนี้ เกิดจากฝีมือในการผสมผสานเอา ระบบความก้าวหน้าตามการ์ดที่มี (card-based progression), ความหลากหลายของคลาสตัวละคร, และเส้นทางเนื้อเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยอีเวนต์ (event-driven routes) มาร้อยเรียงกันจนกลายเป็นลูปเกมเพลย์ที่พร้อมจะตบรางวัลให้กับคนที่กล้าลองผิดลองถูก และมีความอึดถึกทนในการเล่น
หนึ่งในอาวุธที่อันตรายที่สุดของเกมนี้ก็คือ จุดยืนที่ชัดเจนแบบไม่สนโลก (focused identity) ของมัน แทนที่จะมักใหญ่ใฝ่สูง พยายามจะทำตัวเองให้กลายเป็นเกม RPG สเกลยักษ์ มันกลับเลือกที่จะเกาะติดอยู่กับจุดแข็งของตัวเอง นั่นคือ การสร้างบรรยากาศตึงเครียดบีบหัวใจในทุกๆ รัน (run), ความฟินขั้นสุดเมื่อสามารถปั้นเด็คที่โหดขึ้นมาได้, และการขยี้ปมความลี้ลับที่รายล้อมตัวนางเอกความจำเสื่อม กับขุมนรกห้วงลึกที่เธอต้องตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นมาให้จงได้ สิ่งนี้ได้มอบบรรยากาศ (atmospheric) ที่ขลัง และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง (personal) ให้กับตัวเกม มากกว่าพวกเกมการ์ดสาย roguelite ดาษๆ ตามท้องตลาดอย่างเทียบไม่ติด
ระบบเกมเพลย์ของมันอาจจะดูโหดหินและเรียกร้อง (demanding) จากผู้เล่นมากเกินไปสักหน่อย สำหรับใครที่โปรดปรานเกม RPG สายชิล หรือเกมที่เน้นเล่าเรื่องเป็นหลัก แต่สำหรับเหล่าเกมเมอร์ขิงแก่ที่เป็นแฟนตัวยงของ การจัดเด็ค (deckbuilding), การตะลุยด่านฝ่านรก (difficult runs), และการค่อยๆ บรรลุสัจธรรม (gradual mastery) ในระบบเกม ขอบอกเลยว่า Lost Chapter ได้วางโครงสร้างเกมที่ให้ผลตอบแทนสุดคุ้มค่า และมีค่าความน่ากลับมาเล่นซ้ำ (replay value) ที่แข็งแกร่งโคตรๆ
สำหรับเหล่าเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ ที่กำลังควานหา เกม RPG การ์ดแนว roguelite เฉพาะกลุ่ม (niche) ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความดาร์กแฟนตาซี และมีระบบความก้าวหน้าที่เน้นการปีนหอคอยเป็นหลัก Lost Chapter ยืนตระหง่านท้าทายทุกสายตาในฐานะตัวเลือก (choice) ที่แข็งแกร่งและโคตรจะคู่ควร
หมายเหตุสำคัญ: โปรดระวัง! Lost Chapter เวอร์ชัน 2.07 คือตัวเกมที่ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ (English release) แบบออฟฟิเชียล ในขณะที่เวอร์ชัน 2.10 คือตัวเกมต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น (Japanese release) หากคุณใจกล้าอยากเล่นตัวเกมเวอร์ชันญี่ปุ่น (2.10) คุณสามารถไปมุดหาโปรแกรม Mtool เพื่อนำมาแปลภาษาหน้าจอแบบเรียลไทม์ และเอนจอยกับการเล่นเกมนี้ได้เลย
