Last Evil คือเกม RPG แนว roguelike deck-building (จัดเด็คการ์ดตะลุยด่าน) ที่ผสมผสาน ระบบการต่อสู้ด้วยการ์ด การสำรวจดันเจี้ยน และกลไกการเอาชีวิตรอด เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากเกมขึ้นหิ้งอย่าง Slay the Spire เกมนี้จะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่โลกดาร์กแฟนตาซี ที่ซึ่งทุกๆ run (การเล่นในแต่ละรอบ) จะนำเสนอความท้าทายใหม่ๆ ศัตรูหน้าใหม่ และโอกาสในการจัดคอมโบการ์ดสุดโกงเพื่อพลิกเกม
ผู้เล่นจะต้องบุกตะลุยฝ่าดันเจี้ยนสุดอันตราย โดยการสะสมการ์ด ไอเทมศักดิ์สิทธิ์ (relics) และอัปเกรดต่างๆ เพื่อปั้นสไตล์การเล่น (build) ของตัวเอง ทุกการตัดสินใจ—ไม่ว่าจะเป็นการหยิบการ์ดใบใหม่ การอัปเกรดสกิล หรือการยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับของรางวัลที่ใหญ่กว่า—ล้วนชี้เป็นชี้ตายให้กับผลลัพธ์ของ run นั้นๆ ได้เลย
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของ การจัดเด็คเชิงกลยุทธ์ ระบบความก้าวหน้าสไตล์ roguelike และลูปเกมเพลย์ที่เล่นซ้ำได้ไม่มีเบื่อ Last Evil จึงมอบประสบการณ์สุดท้าทายสำหรับเกมเมอร์สายแข็งที่ชื่นชอบการวางแผนและงัดไหวพริบมาแก้เกมในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้
คุณสามารถกดเปย์เกมแท้ได้ที่นี่เลย:
https://store.steampowered.com/app/823910/Last_Evil/
และถ้าคุณเป็นคนที่เสพติดระบบการอัปเลเวลสไตล์ roguelike และความท้าทายในการลงดันเจี้ยนของ Last Evil แล้วล่ะก็ Take Me to the Dungeon คือสถานีต่อไปที่ตอบโจทย์สุดๆ—เกมนี้จะมอบประสบการณ์การลุยดันเจี้ยนที่ให้กลิ่นอายแบบเกม RPG คลาสสิกมากกว่า จัดเต็มทั้งการอัปสเตตัสตัวละคร การออกสำรวจ และเน้นการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยฝูงมอนสเตอร์และอีเวนต์ลับ
เนื้อเรื่องของ Last Evil
เซ็ตติ้งอยู่ในโลกดาร์กแฟนตาซีที่ถูกกลืนกินด้วยความโกลาหล Last Evil นำเสนอการเดินทางของนักรบสาวผู้โดดเดี่ยวที่ต้องบุกเบิกเส้นทางผ่านดินแดนสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ ความเสื่อมทราม และภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ โลกใบนี้ให้ความรู้สึกเป็นศัตรูและไร้ความปรานีอย่างแท้จริง แค่ก้าวเท้าออกไปก้าวเดียวก็อาจเจอภัยคุกคามถึงชีวิตได้แล้ว
ต่างจากเกม RPG ที่เน้นเดินเรื่องเป็นเส้นตรงทั่วไป Last Evil ไม่ได้มานั่งเล่าสตอรี่ยาวเหยียด แต่เนื้อเรื่องจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างแนบเนียนผ่าน อีเวนต์ การเผชิญหน้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เมื่อผู้เล่นตะลุยผ่านด่านต่างๆ ไปเรื่อยๆ พวกเขาจะได้ค่อยๆ ปะติดปะต่อเศษเสี้ยวของตำนาน (lore) ของโลกใบนี้ และรับรู้ถึงความโหดร้ายที่นักผจญภัยรุ่นก่อนๆ ต้องเผชิญ

การเดินทางของตัวเอกไม่ใช่เรื่องของบทสรุปที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่มันคือเรื่องของ การดิ้นรนเอาชีวิตรอดและไต่เต้าฝ่าบททดสอบที่ยากนรกแตกขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ run คือตัวแทนของความพยายามครั้งใหม่ที่จะเจาะลึกเข้าไปในโลกใบนี้ เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่หน้าตึงยิ่งขึ้นและค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ๆ
ด้วยโครงสร้างเกมที่เป็น roguelike เนื้อเรื่องจึงถูกปั้นแต่งขึ้นจากประสบการณ์จริงของผู้เล่น ความรู้สึกถึงความก้าวหน้าไม่ได้มาจากการปลดล็อกการ์ดหรือสกิลใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังมาจากการที่ผู้เล่นค่อยๆ เข้าใจกลไกของโลกใบนี้ และบรรลุขั้นสุดยอดในการผ่านด่านมหาโหดพวกนั้นได้
โดยรวมแล้ว Last Evil นำเสนอ เนื้อเรื่องที่ดูมินิมอลแต่กลับสร้างบรรยากาศได้สุดจัด โดยทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปที่เกมเพลย์ ในขณะที่ยังคงรักษากลิ่นอายความดาร์กและความอินกับเกมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ระบบเกมเพลย์ของ Last Evil
เกมเพลย์ของ Last Evil จะหมุนรอบ กลไก roguelike deck-building ที่ผู้เล่นจะต้องตะลุยผ่านด่านต่างๆ โดยใช้เด็คการ์ดที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ การเล่นแต่ละ run จะไม่เหมือนเดิมเลย บังคับให้ผู้เล่นต้องพลิกแพลงกลยุทธ์ไปตามการ์ด ไอเทม (relics) และอีเวนต์สุ่มที่ได้เจอระหว่างทาง
แกนกลางของเกมนี้คือ ระบบต่อสู้ด้วยการ์ด (card-based combat) ในระหว่างการปะทะ ผู้เล่นจะจั่วการ์ดจากเด็คเพื่อสั่งโจมตี ป้องกัน หรือยัดบัฟ/ดีบัฟพิเศษต่างๆ การบริหารมานา (ทรัพยากร) ให้คุ้มค่า และการเลือกหยิบการ์ดมาใช้ให้ถูกจังหวะ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้รอดชีวิตจากการปะทะกับมินิบอสสุดตึงได้
ฟีเจอร์ที่สำคัญอีกอย่างคือ ระบบการจัดเด็ค (deck-building) ยิ่งผู้เล่นดันด่านลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถเก็บการ์ดเทพๆ ลบการ์ดกากๆ ทิ้ง (เพื่อให้จั่วเจอแต่ของดี) และอัปเกรดสกิลที่มีอยู่ได้ ระบบนี้เปิดกว้างให้ปั้นบิลด์ (build) ได้หลากหลายมากๆ ตั้งแต่สายตีแหลกแจกดาเมจยับๆ ไปจนถึงสายตั้งป้อมเน้นเกราะ หรือสายคอนโทรลป่วนบอร์ด

นอกจากนี้ ตัวเกมยังมี ระบบความก้าวหน้าสไตล์ roguelike ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณตายเมื่อไหร่ การเล่นรอบนั้นจะถูกรีเซ็ตเริ่มใหม่ทันที แต่! ผู้เล่นสามารถปลดล็อกคอนเทนต์ การ์ดใหม่ๆ หรือโบนัสติดตัวสำหรับการลงดันเจี้ยนรอบหน้าได้ มันสร้างลูปของการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ที่ซึ่งความรู้และกลยุทธ์ของคุณจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ run ที่เล่น
นอกเหนือจากการสาดการ์ดใส่กัน ผู้เล่นยังต้องรับมือกับ อีเวนต์สุ่ม ร้านค้า และทางแยก องค์ประกอบพวกนี้จะบีบให้คุณต้องเลือกทางเดินที่อาจพลิกชะตากรรมของ run นั้นไปตลอดกาล เป็นการเพิ่มความลุ้นระทึกของ “ความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk and Reward)” เข้าไปในการสำรวจ
สรุปแบบรวบตึง Last Evil มอบประสบการณ์เกมเพลย์ที่เน้น การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การรีดเร้นประสิทธิภาพของเด็ค และการแก้เกมหน้างาน ทำให้ทุกๆ run มีทั้งความท้าทายสุดหัวร้อนและคุณค่าในการกลับมาเล่นซ้ำที่สูงลิบลิ่ว
รีวิวและเสียงตอบรับจากคอมมูนิตี้ Last Evil
หลังจากเปิดตัว Last Evil ก็เรียกกระแสความสนใจจากเหล่าเกมเมอร์ที่เสพติด เกมแนว roguelike deck-building ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มแฟนๆ ของเกมอย่าง Slay the Spire ตัวเกมมักจะได้รับคำชมในเรื่องของการจับเอา กลไกการใช้การ์ดกลยุทธ์ มาผสานเข้ากับระบบดันด่านที่เล่นซ้ำได้ไม่มีเบื่อ ได้อย่างลงตัวสุดๆ
หนึ่งในจุดแข็งที่ถูกหยิบยกมาอวยกันบ่อยที่สุดก็คือ ระบบการจัดเด็ค ผู้เล่นต่างชื่นชอบความหลากหลายของการ์ดและอิสระในการปั้นกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไปตามจั่วที่ได้ ความยืดหยุ่นในการจัดบิลด์—ตั้งแต่บิลด์เน้นดาเมจจ๋า ไปจนถึงบิลด์สายแทงค์หรือสายคอนโทรลบอร์ด—ช่วยเพิ่มความลึกซึ้งระดับขุดรากถอนโคนให้กับเกมเพลย์
อีกมุมหนึ่งที่คอมมูนิตี้มักจะพูดถึงคือ โครงสร้างแบบ roguelike ของเกม ที่การเล่นแต่ละ run จะให้ฟีลลิ่งที่ต่างกันแบบคนละเรื่อง ด้วยผลพวงจากอีเวนต์สุ่ม การแจกการ์ดรางวัล และฝูงมอนสเตอร์ที่โผล่มาแบบแรนดอม สิ่งนี้ช่วยรักษาความสดใหม่และกระตุ้นให้ผู้เล่นอยากลองจัดคอมโบใหม่ๆ ในการเล่นรอบต่อๆ ไป

ระดับความยาก (Difficulty curve) ก็เป็นอีกเรื่องที่คอมมูนิตี้พูดถึงกันเยอะ ในช่วงแรกๆ เกมอาจจะดูชิลๆ พอถูไถไปได้ แต่พอดันด่านลึกๆ เข้าไป ความยากจะพุ่งปรี๊ดชนิดที่ว่าถ้าไม่วางแผนให้รัดกุมหรือไม่มีคอมโบการ์ดที่เพอร์เฟกต์จริงๆ ก็แทบจะผ่านไปไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้เล่นบางส่วนชี้ให้เห็นว่า เกมอาจจะให้ความรู้สึก ซ้ำซากจำเจเมื่อเล่นไปนานๆ โดยเฉพาะกับคนที่ชอบเสพเนื้อเรื่องเข้มข้นเป็นหลัก เนื่องจากเกมเทน้ำหนักไปที่ระบบเกมเพลย์แบบเน้นๆ ความลึกซึ้งของการเล่าเรื่องจึงอาจดูเบาบางไปสักหน่อย
สรุปภาพรวมแล้ว เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้มักจะยกให้ Last Evil เป็น เกม RPG สไตล์ roguelike deck-building ที่โคตรแน่น มอบเกมเพลย์ที่ต้องใช้สมองขั้นสุด เล่นซ้ำได้ยาวๆ และมีระบบอัปเกรดที่ฟินสะใจสำหรับสายชอบใช้หัวคิดและรักการเล่นไพ่
สเปคคอมที่ต้องการสำหรับ Last Evil
ก่อนที่จะกดปุ่ม Install เกม Last Evil อย่าลืมแวะเช็คสเปคคอมสักนิดว่าไหวไหม เนื่องจากตัวเกมนำเสนอ ภาพกราฟิกแบบ 2D และระบบเกมเพลย์ที่ใช้การ์ด มันจึงกินสเปคน้อยมากๆ และสามารถรันได้ลื่นหัวแตกบนพีซีแทบจะทุกเครื่อง
อ้างอิงจากข้อมูลบนหน้าร้านค้าอย่างเป็นทางการ เกมนี้บอกปัดฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ไปได้เลย
| อุปกรณ์ (Component) | สเปคขั้นต่ำ (Minimum) | สเปคแนะนำ (Recommended) |
| ระบบปฏิบัติการ (OS) | Windows 7 / 8 / 10 | Windows 10 |
| ซีพียู (Processor) | Intel Core i3 หรือเทียบเท่า | Intel Core i5 หรือแรงกว่า |
| แรม (RAM) | 2 GB RAM | 4 GB RAM |
| การ์ดจอ (Graphics) | การ์ดจอออนบอร์ด (Integrated graphics) | การ์ดจอแยกยุคใหม่รุ่นไหนก็ได้ |
| DirectX | เวอร์ชัน 9.0c | เวอร์ชัน 11 |
| พื้นที่จัดเก็บข้อมูล | พื้นที่ว่างประมาณ 2 GB | พื้นที่ว่าง 2 GB |
เมื่อดูองค์รวมแล้ว Last Evil ถูกจัดว่าเป็น เกม roguelike ที่ใช้สเปคต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ซึ่งแปลว่ามันสามารถเล่นได้บนโน้ตบุ๊กทำงานทั่วไปหรือคอมรุ่นเก่าๆ ได้สบายๆ โดยไม่ต้องกลัวเฟรมเรตตก
เพราะตัวเกมเน้นไปที่ระบบกลยุทธ์มากกว่ากราฟิกอลังการงานสร้าง ผู้เล่นจึงมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับประสบการณ์การเล่นที่ลื่นไหลแม้ใช้คอมเก่า แต่เพื่อความชัวร์เวลาที่ต้องนั่งเล่นลากยาวข้ามคืน แนะนำให้อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอให้ล่าสุด และปิดโปรแกรมที่กินแรมอยู่เบื้องหลังให้หมดจะดีที่สุด
บทสรุป
สรุปแบบรวบตึง Last Evil นำเสนอส่วนผสมสุดนัวระหว่าง การอัปเลเวลสไตล์ roguelike กับกลยุทธ์การจัดเด็คการ์ด มอบประสบการณ์การเล่นที่พร้อมจะตบรางวัลให้กับคนที่วางแผนมาอย่างดีและรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ด้วยการยำรวม ระบบต่อสู้ด้วยการ์ด การสุ่มอีเวนต์ในแต่ละ run และการตัดสินใจเฉียบขาด เข้าด้วยกัน เกมจึงสร้างลูปที่สูบเวลาชีวิตและทำให้ผู้เล่นยอมตายรังกลับมาเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนึ่งในฟีเจอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือ ความยืดหยุ่นในการจัดเด็ค ที่เปิดไฟเขียวให้ผู้เล่นได้ลองผิดลองถูกกับกลยุทธ์แปลกๆ และค้นพบขุมพลังคอมโบที่ซ่อนอยู่ สิ่งนี้ เมื่อนำไปบวกรวมกับความแรนดอมของแต่ละ run รับประกันได้เลยว่าการเล่นแต่ละรอบของคุณจะไม่มีทางซ้ำรอยเดิมแน่นอน
แม้ว่าเกมจะไม่ได้เน้นเสิร์ฟเนื้อเรื่องดราม่าน้ำตาแตก แต่มันก็ทำผลงานได้ในระดับมาสเตอร์พีซในการมอบ ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเกมเพลย์ล้วนๆ ซึ่งจะคอยท้าทายให้ผู้เล่นต้องขัดเกลากลยุทธ์ของตัวเองให้แหลมคมยิ่งขึ้นในทุกๆ ครั้งที่พลาดท่าตาย
สำหรับแฟนๆ เดนตายของ เกมการ์ดสไตล์ roguelike และเกมเพลย์ที่เน้นใช้สมอง Last Evil โดดเด่นขึ้นมาในฐานะเกมคุณภาพคับแก้วที่คุ้มค่าแก่การเล่นซ้ำ มอบความมันส์ที่มาพร้อมทั้งความท้าทายและความหลากหลายแบบจัดเต็ม
